บาคาร่าออนไลน์

บาคาร่า หรือ บาคาร่าออนไลน์ เป็นเกมส์ไพ่เกมส์หนึ่งที่คาสิโนต่างๆในแถบเอเชียของเรานั้นนิยมเป็นอย่างมาก สำหรับผู้เล่นที่อยู่ในวงการรับรองได้เลยว่าต้องรู้จักกันทุกท่านอย่างแน่นอน ด้วยรูปแบบที่เล่นได้ง่าย หลักๆเพียงแค่วางเดิมพันที่ฝั่ง Banker (เจ้ามือ) และ Player (ผู้เล่น) หลักๆเพียงแค่วางเดิมพันที่ 2 ฝั่งนี้ ก็สามารถสนุกกันได้ง่ายๆกันเลย

รูปแบบหลักๆของการเล่นบาคาร่านั้นก็คือการวางเดิมพันที่ ฝั่ง Banker หรือ Palyer ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเท่านั้นแต่ยังมีการวางเดิมพันที่ ไพ่คู่ทั้งทางฝั่งของ Banker และ Player ด้วยเช่นกัน และสุดท้ายก็ยังมีการวางเดิมพันที่ผลของไพ่ทั้ง 2 ด้านออกมาเป็นแต้มเสมอกันนั้นก็คือการวางเดิมพันที่ Tie นั้นเอง

บาคาร่าออนไลน์

ทำไมถึงเลือกเล่นบาคาร่ากับ KCLUBS

เว็บคาสิโนออนไลน์ที่คำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นหลัก ทำงานบนระบบ HTML5 สามารถเล่นได้ผ่านทางบราวเซอร์ทุกชนิดโดยไม่ต้องติดตั้ง เล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง เน้นไปในเรื่องการให้บริการเกมส์คาสิโนในรูปแบบของไพ่ ไม่ว่าจะเป็น บาคาร่า , หรือ เสือ-มังกร ก็ตาม

  • เล่นได้บนคอมพิวเตอร์
  • เล่นได้บนโทรศัพท์มือถือทุกชนิด Android และ IOS หรือ แท็บเลต
  • เล่นได้โดยที่ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม
  • มีบาคาร่าให้เลือกเล่น 5 โต๊ะ
  • เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง
  • สกอร์ของไพ่สวยมาก ผู้เล่นสามารถสนุกไปอย่างเต็มที่

กติกาบาคาร่า

กติกาการเล่น บาคาร่า เกมไพ่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องด้วยเป็นพนันที่เดิมพันสนุกและมีรูปแบบเกมการเล่นที่เข้าใจง่าย กติกาวิธีการเล่นบาคาร่า ในทุกคาสิโนจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน วิธีการเล่นบาคาร่า  เคล็ดลับบาคาร่า สูตรบาคาร่า วิธีการเล่นบาคาร่าให้รวย ซึงหลักๆ จะใช้หลักการเล่นตามกติกาคาสฺดนสากล บาคาร่า (Baccarat) ในทุกวันนี้สามารถเข้าเล่นได้ทุกที่ทุกเวลาทั้งในคอมพิวเตอร์แบบติดตั้งตั้งโปรแกรมหรือเข้าเล่นผ่านหน้าเว็บไซต์ รวมไปถึงการวางเดิมพันบาคาร่าออนไลน์บนมือถือสมาร์ทโฟน สำหรับท่านที่สนใจเล่นเกมบาคาร่าออนไลน์ สามารถโทรมาเปิดบัญชีเล่นกับเราได้ทุกวัน และศึกษาทำความเข้าใจกับ กติกา วิธีเล่น บาคาร่า เบื้องต้นได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

วิธีการเล่น บาคาร่าออนไลน์

การเล่น บาคาร่าออนไลน์ จะใช้ไพ่ 6 หรือ 8 สำรับแต่ละสำรับมีไพ่ 52 ใบ รวมเป็นไพ่ทั้งหมด 312 – 416 ใบ วิธีเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน ในการทายผลไพ่บาคาร่าจะแบ่งการเสี่ยงทายออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่าย “เพลเยอร์” (PLAYER) กับฝ่าย “แบงค์เกอร์” (BANKER) โดยเริ่มต้นจะมีการจ่ายไพ่ให้ฝ่ายละ 2 ใบ รวมเป็น 4 ใบ โดยไพ่ใบที่ 1 กับใบที่ 3 จะจ่ายให้ฝ่าย “เพลเยอร์” ส่วนไพ่ใบที่ 2 กับใบที่ 4 จะจ่ายให้ฝ่าย “แบงค์เกอร์” แต่ละฝ่ายจะจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่มหรือไม่นั้นจะมีกฎ กติกา มากำกับ ถ้าฝ่ายใดมีแต้มรวมของไพ่ใกล้เคียง 9 มากที่สุดฝ่ายนั้นจะเป็นฝ่ายชนะ แต้ถ้าแต้มทั้งสองฝ่ายเสมอกันจะคืนเงินเดิมพันให้กับผู้เล่น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่มี กฏกติกา วิธีเล่นบาคาร่า ที่เข้าใจง่าย

บาคาร่าออนไลน์

  1. Play คือ เดิมพันฝ่ายผู้เล่น
  2. Banker คือ เดิมพันฝ่ายเจ้ามือ
  3. Tie Game คือ ผลเสมอกันระหว่างผู้เล่นกับเจ้ามือ
  4. Player Pair คือผลฝ่ายผู้เล่นออกคู่
  5. Banker Pair คือผลฝ่ายเจ้ามือออกคู่

อัตราการจ่ายของ บาคาร่า

การวางเดิมพัน

การเดิมพันไพ่บาคาร่า

ความหมาย

อัตราต่อรอง

PLAYER

ทายว่าแต้มรวมไพ่ฝ่ายเพลเยอร์จะเป็นฝ่ายชนะ

1 : 1

BANKER

ทายว่าแต้มรวมไพ่ฝ่ายแบงค์เกอร์จะเป็นฝ่ายชนะ

1 : 0.95

TIE

ทายว่าแต้มรวมของทั้งสองฝ่ายจะเสมอกัน

1 : 8

PLAYER PAIR

ทายว่าไพ่สองใบแรกฝ่ายเพลเยอร์จะออกไพ่คู่

1 : 11

BANKER PAIR

ทายว่าไพ่สองใบแรกฝ่ายแบงค์เกอร์จะออกไพ่คู่

1 : 11

กฎการจั่วไพ่ใบที่สาม

กฎการจั่วไพ่ใบที่สาม

เนื่องจากฝ่ายเพลยเยอร์ได้รับการจ่ายไพ่ก่อน ในการจะจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่มหรือไม่นั้นจึงต้องพิจารณาที่แต้มรวมไพ่สองใบแรกของฝ่ายเพลเยอร์ก่อน ว่ามีแต้มเป็นจำนวนเท่าไรแล้วจึงพิจารณาว่า จะอยู่ หรือ จะจั่วเพิ่ม ตามกฎ กติกาการจั่วไพ่ และหากฝ่ายเพลเยอร์มีการจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่ม ให้ดูต่อไปว่าจั่วได้ไพ่อะไร จากนั้นจึงค่อยไปพิจารณาต่อว่าฝ่ายแบงค์เกอร์จะจั่วไพ่เพิ่มหรือไม่ โดยมีรายละเอียดปีกย่อย ดังนี้

 

กฎการจั่วไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์

แต้มรวมไพ่สองใบแรกของเพลเยอร์

การจั่วไพ่ใบที่สาม

0, 1, 2, 3, 4, 5

จั่วเพิ่ม

6, 7

อยู่  (ไม่จั่วเพิ่ม)

8, 9

ไพ่ป๊อก (ไม่จั่วเพิ่ม)

 

แต้มรวมไพ่สองใบแรกของแบงค์เกอร์

กฎการจั่วไพ่ใบที่สามของแบงค์เกอร์

ถ้าเพลเยอร์จั่วไพ่ใบที่สามได้ไพ่ที่มีแต้มดังต่อไปนี้ ฝ่ายแบงค์เกอร์ต้องจั่วไพ่เพิ่ม

ถ้าเพลเยอร์จั่วไพ่ใบที่สามได้ไพ่ที่มีแต้มดังต่อไปนี้ ฝ่ายแบงค์เกอร์ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม

3

1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 9, 0

8

4

2, 3, 4, 5, 6, 7

1, 8, 9, 0

5

4, 5, 6, 7

1, 2, 3, 8, 9, 0

6

6, 7

1, 2, 3, 4, 5, 8, 9, 0

7

อยู่  (ไม่จั่วเพิ่ม)

8, 9

ไพ่ป๊อก (ไม่จั่วเพิ่ม)

 

ข้อสังเกต

  1. ถ้าฝ่ายเพลเยอร์ได้แต้มรวมไพ่สองใบแรกตั้งแต่ 0-5 แต้ม จะต้องจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มเสมอ แต่ถ้าได้แต้มตั้งแต่ 6 แต้มขึ้นไปจะอยู่ ไม่มีการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่ม
  2. แม้ฝ่ายแบงค์เกอร์จะมีแต้มรวมของไพ่สองใบแรกเพียง 3 แต้ม แต่ถ้าฝ่ายเพลเยอร์ จั่วไพ่ใบที่สามได้  8  ไม่ว่าแต้มรวมไพ่ทั้งหมดจะเป็นเท่าไร่ก็ตามฝ่ายแบงค์เกอร์จะไม่มีการจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่ม ซึ่งต่างจากการเล่นไพ่ป๊อกเด้งตามบ้านเรา ที่แต่ละฝ่ายจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีแต้มรวมตั้งแต่ 4 แต้มขึ้นไป
  3. แม้ฝ่ายแบงค์เกอร์จะมีแต้มรวมไพ่สองใบแรกสูงถึง 6 แต้ม แต้ถ้าฝ่ายเพลเยอร์จั่วไพ่ใบที่สามได้  6 หรือ 7 ไม่ว่าแต้มรวมไพ่ทั้งหมดจะเป็นเท่าไร่ก็ตามฝ่ายแบงค์เกอร์จะต้องจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มเสมอ
  4. เมื่อผู้เล่นเข้าใจกฎการจั่วไพ่ของฝ่ายเพลเยอร์ดีแล้ว กรณีการจั่วไพ่ของฝ่ายแบงค์เกอร์ที่มีกฎการจั่วไพ่ที่ค่อนข้างซับซ้อน ตารางต่อไปนี้จะช่วยให้เราจดจำกฎการจั่วไพ่ดังกล่าวได้ง่ายยิ่งขึ้น